นักวิทย์ฯ อังกฤษกังวล วัคซีน อาจใช้กับ โควิดกลายพันธุ์ ไม่ได้

นักวิทย์ฯ อังกฤษกังวล วัคซีน อาจใช้กับ โควิดกลายพันธุ์ ไม่ได้

นักวิทยาศาสตร์ในประเทศอังกฤษได้ออกมาแสดงความกังวลว่า วัคซีน อาจใช้กับ โควิดกลายพันธุ์ ไม่ได้ผล แม้ผู้ผลิตจะมั่นใจว่าใช้ก็ได้ตาม เมื่อวันที่ 5 มกราคม สำนักข่าว CBC รายงานว่า นาย ไซม่อน คลาร์ก นักวิทยาศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยเรดดิ่ง ของประเทศอังกฤษ ได้ออกมาแสดงความกังวลว่าวัคซีนโควิด-19 อาจใช้กับโควิดกลายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในหลายพื้นที่ทั่วโลกไม่ได้ผล โดยเฉพาะสายพันธุ์ในแอฟริกาใต้ที่มีการกลายพันธุ์เป็นอย่างมาก

โดย นาย คลาร์ก กล่าวว่าเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์หลายจุด 

รวมไปถึงบริเวณสไปก์โปรตีน (Spike Protein) ซึ่งเป็นโครงสร้างชั้นนอกของไวรัส และ เป็นบริเวณที่จับกับตัวรับบนเยื่อหุ้มเซลล์ของมนุษย์และสัตว์ ส่งผลให้มนุษย์หรือสัตว์ป่วยเป็นโรคโควิด-19 โดยการกลายพันธุ์ในบริเวณดังกล่าว อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของวัคซีนไม่ตอบสนองได้

เช่นเดียวกันกับ นาย ลอว์เลนซ์ ยัง นักวิทยาศาสตร์ประจำมหาวิทยาลัยวาร์วิก ก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปในทิศทางเดียวกัน โดยกล่าวว่าการกลายพันธุ์หลายครั้งของโรคโควิด เชื้อสายแอฟริกาใต้ อาจจะทำให้เชื้อไวรัสเล็ดลอดวัคซีนไปได้

อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตวัคซีนหลายเจ้าเคยได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าพวกเขามั่นใจว่าวัคซีนที่ถูกผลิตขึ้นน่าจะใช้กับโควิดกลายพันธุ์ได้ โดยขณะนี้ทางผู้ผลิตวัคซีนกำลังศึกษาและทดลองเพิ่มเติมว่าวัคซีนสามารถใช้กับโควิดกลายพันธุ์ได้จริง

อย่างไรก็ตามการเฉลิมฉลองของทั้งสองถือว่าเป็นการละเมิดกฏความปลอดภัย เคราะห์ดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ชาย อังกฤษ วัย 82 ปี กลายเป็นคนแรกของโลกที่อยู่นอกการทดลอง ที่เข้ารับการ ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา วัคซีนต้านโควิด-19  เมื่อวันที่ 4 มกราคม สำนักข่าว BBC ของประเทศอังกฤษรายงานว่า สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ หรือ NHS ได้ทำการ ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา กับนาย ไบรอัน พิงค์เกอร์ ชายวัย 82 ปี ซึ่งถือเป็นชายคนแรกที่ได้รับวัคซีนชนิดดังกล่าว

โดยนาย พิงค์เกอร์ เกิดและโตจากเมืองออกซ์ฟอร์ด ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขารู้สึกภาคภูมิใจมากที่วัคซีนแอสตราเซเนกาถูกผลิตขึ้นในเมืองออกซ์ฟอร์ด พร้อมกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลทุกคน ซึ่งเขาหวังว่าเขาจะได้ร่วมฉลองครบรอบ 48 ปีกับภรรยาของเขาในปีนี้

ด้าน แซม ฟอสเตอร์ นางพยาบาลประจำโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ได้กล่าวว่าเธอรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ฉีดวัคซีนให้กับนาย พิงค์เกอร์ และยังได้แสดงความคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่แพทย์จะได้ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่แพทย์อีกหลายคนในสัปดาห์ถัดจากนี้

ขณะที่นายแมท แฮนค็อก รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ กล่าวว่าวัคซีนแอสตราเซเนกาจะเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งเขารู้สึกดีใจที่อังกฤษเป็นชาติแรกที่เริ่มฉีดวัคซีนชนิดดังกล่าว

เกาหลีใต้ เครียด ยอดเกิด ปี 2020 ต่ำกว่ายอดตาย

เมื่อวันที่ 4 มกราคม สำนักข่าว BBC รายงานว่า ประเทศเกาหลีใต้มียอดตายในปี 2020 ที่ผ่านมา 307,764 ศพ สูงกว่ายอดเกิดที่อยู่ที่ 275,800 คน ลดลงจากปีที่แล้วร้อยละ 10 ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ที่ยอดเด็กเกิดใหม่ต่ำกว่ายอดตาย

โดยสำนักข่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่ยอดเกิดต่ำ อาจจะมาจากหญิงในประเทศเกาหลีใต้ไม่สามารถสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตด้านอื่นๆได้ โดยหญิงชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ว่า เธอตั้งเป้าหมายว่าเธออยากจะมีลูก แต่จากสภาพสังคมทำให้เธอไม่สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้

เธอกล่าวว่าเธอเพิ่งทำงานที่ใหม่ และรู้สึกกังวลว่าเธอจะขอลาไปคลอด ซึ่งหลายคนมักจะให้คำแนะนำกับเธอว่า ให้เธอมุ่งมั่นกับอาชีพก่อนเพื่อมั่นคงในชีวิต พร้อมทั้งยอมรับว่าราคาของบ้านพักที่สูงขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เธอไม่อยากมีบุตรของตนเอง

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นาย มุน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้ออกมาตรการ มอบเงินให้เป็นเงินราวๆ 55,000 บาท กับครอบครัวที่มีเด็กเกิดใหม่ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป โดยทางรัฐจะมอบเงินอีกราวๆ 8,000 บาททุกเดือน จนกว่าเด็กจะมีอายุได้ 1 ปี

อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาแสดงความเห็นว่ารัฐบาลควรหามาตรการเพิ่มเติมมากระตุ้นยอดเกิดในประเทศ

ทางการประเทศ อินเดีย ได้ทำการ อนุมัติ วัคซีนโควิด อีก 2 ชนิด ได้แก่ แอสตราเซเนกา และ โควัคซิน วัคซีนที่ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 3 มกราคม สำนักข่าว BBC รายงานว่า ทางการอินเดียได้ทำการอนุมัติวัคซีนจากอีกสองบริษัทได้แก่ วัคซีนแอสตราเซเนกา และ วัคซีนโควัคซิน วัคซีนที่ถูกผลิตขึ้นจากหน่วยงานในประเทศอินเดีย โดยทางการตั้งเป้าว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกว่า 300 ล้านคนในปีนี้

นาย นเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดียกล่าวว่าการประกาศอนุมัติครั้งนี้ ถือเป็นจุดพลิกผันสำคัญในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ซึ่งประเทศอินเดียถือเป็นประเทศที่มียอดผู้ป่วยสะสมโรคโควิด-19 มากที่สุดเป็นอันดับสอง โดยในขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสมมากกว่า 10 ล้านราย

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป